เทคโนโลยี ยุคใหม่ที่สร้างความสุขให้ผู้คน

สื่อสังคมออนไลน์

ทุกวันนี้มี เทคโนโลยี มากมายอยู่ใกล้ตัว ไม่ใช่นวัตกรรมไฮเทคที่เอื้อมไม่ถึง แต่เราสามารถใช้แอปพลิเคชันและโซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ ความบันเทิง และความรู้ต่าง ๆ แทบจะไปไหนโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือได้เลย แต่เทคโนโลยีไม่ได้ดีสำหรับทุกคน อาจก่อประเด็นปัญหามากขึ้นด้วยซ้ำ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบฐานะทางสังคม มีการว่าร้ายและข่มขู่ทางอินเทอร์เน็ต สร้างช่องว่างระหว่างบุคคล เกิดความเหงามากขึ้น ในทางตรงกันข้ามคนเราหาความสุขจากเทคโนโลยีมือถือได้หลายรูปแบบ เราพูดคุยกับผู้คนทั่วโลกง่ายขึ้น มีแอปพลิเคชันหรือบทความออนไลน์ที่ให้ความสุขกับเราได้ทุกเวลา ถ้าเราใช้อย่างถูกวิธี เทคโนโลยีก็ไม่สามารถทำลายความสุขของเราได้

ใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธี

1.สื่อสังคมออนไลน์สร้างความสุขง่าย ๆ เพราะเป็นพื้นที่ที่เราติดต่อกับเพื่อนที่อยู่ห่างไกลและคนในสังคม มีกิจกรรมทำร่วมกันบนโลกไซเบอร์ เช่น การส่งข้อความแนะนำข้อมูลส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การระบายและปลอบทุกข์ในวันที่ยากลำบาก สื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้คนที่มีอาการซึมเศร้าได้แสดงออกทางความคิด ความรู้สึก ค้นหาแรงบันดาลใจจากผู้อื่น ได้หัวเราะมากขึ้น และรู้สึกเหงาน้อยลง ลดความรู้สึกหดหู่ ความเครียดหรือวิตกกังวล ส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นมาก มีส่วนน้อยที่รู้สึกแย่ลง

2.มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าร่วมเฟซบุ๊ก ดูกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของคนอื่น เหมาะกับคนที่ชอบแสดงความคิดเห็นและโพสต์เรื่องราวของตัวเอง แนะนำว่าคนที่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าหรือหดหู่ง่ายต้องทดลองดูก่อนว่าใช้แล้วอาการซึมเศร้าลดลง หรือถ้าเกิดการเปรียบเทียบกับเพื่อนหรือคนอื่นที่ติดตามที่อยู่ดีกินดีชีวิตดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบอาจทำให้ตัวเองรู้สึกต่ำต้อย ควรเลิกใช้หรือปรับทัศคติใหม่เพื่อไม่ให้มีความรู้สึกแง่ลบกับตัวเอง

3.เทคโนโลยี ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสุขภาพและฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ที่ต้องการ ทุกวันนี้เราใช้แอปพลิเคชันติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเองได้ทั้งระหว่างกิจกรรมการออกกำลังกายและการทำงาน เช่น นักผจญเพลิงที่ใช้แอปพลิเคชันติดตามการหายใจ จังหวะของหัวใจ ตลอดจนตรวจสภาพล้อม โดยใช้ระบบเซนเซอร์ในสมาร์ทโฟนตรวจจับอุณหภูมิ ควัน และความชื้นในแบบเรียลไทม์เพื่อส่งสัญญาณเตือนในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย มีแอปพลิเคชันควบคุมแกลอรีสำหรับคนเป็นโรคอ้วน ดูคลิปวิดีโอการออกกำลังกายเพื่อให้มีความกระตือรือร้นในการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายให้แข็งแรงมากขึ้น เทคโนโลยีสามารถตรวจสอบอารมณ์ของตัวเองช่วยให้ควบคุมความวิตกกังวลได้ดีขึ้น ฝึกหายใจเพื่อให้มีความกล้าและมีสมาธิ รู้สึกมั่นใจและตัดสินใจได้ดีขึ้น

เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งในการค้นหาข้อมูลและการแสดงออกทางความคิดหรือแบ่งปันความรู้ ผู้คนต้องการความช่วยเหลืออาจเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการง่ายขึ้น แต่ก็ต้องตรวจสอบที่มาข้อมูลที่น่าเชื่อถือด้วย ระมัดระวังอย่าให้โซเชียลมีเดียทำลายความสุขของเรา ไตร่ตรองมองหาเฉพาะสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และมีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธี

เด็กวัยรุ่นและการใช้เทคโนโลยี มีประโยชน์อย่างไร

วัยรุ่นและการใช้เทคโนโลยี

ปัจจุบันพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ทำงานหนัก จึงต้องเลี้ยงลูกโดยให้เทคโนโลยีเป็นพี่เลี้ยง เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงหลายอย่างมากขึ้น ซึ่งนักวิจัยได้เสนอแนะข้อที่ควรสังเกต และเตือนให้พ่อแม่ระมัดระวัง ดังนี้

1. การใช้หาข้อมูล

เด็กในวัยประถมจนกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย มี การใช้เทคโนโลยี เพื่อการหาข้อมูลเช่น การทำรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร เศรษฐกิจสังคมและการเมือง ซึ่งจะต่อยอดจากการเรียนในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี แต่ก็อาจมีบางรายที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการคัดลอกบทความเพื่อมาส่งครูเอาคะแนน ถ้าผู้ปกครองและครูไม่ได้สังเกตก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าผลงานนั้นมาจากความคิดวิเคราะห์ของเด็กจริง ๆ หรือมาจากการคัดลอกจากแหล่งอื่น ซึ่งจะส่งผลระยะยาวให้พฤติกรรมเด็กและวัยรุ่นคนนั้น ๆ เป็นคนที่มักง่าย และทำอะไรเพียงเพื่อที่จะได้คะแนนโดยไม่สนใจเรื่องของคุณธรรม และไม่สามารถคิดวิเคราะห์สิ่งใด ๆ ได้ด้วยตัวเอง

2. เสริมประสบการณ์นอกตำรา

ประสบการณ์รูปแบบใหม่ ๆ เช่น AR VR ในเกมส์ หรือการออกแบบวิธีการเรียนรู้แบบภาพเสมือนจริงในศาสตร์ต่าง ๆ จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เลียนแบบการทำงานจริง เพื่อค้นหาความถนัดตัวเองได้เร็วและง่ายขึ้น อีกทั้งยังทำให้เด็กสามารถต่อยอดการเรียนรู้สู่ชีวิตจริง เช่น เกมส์ที่สอนให้บริหารจัดการร้านอาหาร หากเด็กชอบ ผู้ปกครองอาจส่งเสริมให้เรียนคอร์สทำอาหารขนมหวาน ของคาวไทย-ฝรั่ง เพื่อก้าวสู่การเป็นเชฟมือทองต่อไป นับเป็นข้อดีของเทคโนโลยีรุ่นใหม่ทำให้เด็กและวัยรุ่นได้เรียนรู้ทักษะหลากหลาย และพบสิ่งแปลกใหม่มากกว่าการเรียนในชั้น ทำให้มีเรื่องพูดคุยกับเพื่อน เกิดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้มากกว่าเด็กที่มุ่งแต่อ่านหนังสือ หรือเรียนจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

3. ทำให้รู้จักผู้คนได้ทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อออนไลน์ใน Facebook หรือ Instagram ทำให้เด็กและวัยรุ่นพบกับคนที่ไม่เคยรู้จักตัวตนกันจริง ๆ ง่ายขึ้นมาก แม้ว่าจะอยู่คนละซีกโลก ก็สามารถที่จะทำความรู้จักกันได้ 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านของภาษาและวัฒนธรรมได้โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วยซ้ำ ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสมัครคอร์สเรียนภาษาหรือการเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างมาก แต่ก็ทำให้เสี่ยงต่อการถูกกลุ่มมิจฉาชีพล่อลวง ให้โอนเงินเพื่อเล่นพนันออนไลน์ หรือถ่ายภาพลามกอนาจาร ที่ตามมาด้วยการล่อลวงค้ามนุษย์ หรือการทำสิ่งผิดกฎหมายรูปแบบอื่น ๆ ได้ด้วย พ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตพฤติกรรมลูกด้วย

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กและวัยรุ่นได้ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางที่จะทำให้เด็กทำความผิดโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพล่อลวงได้ ผู้ปกครองจึงต้องใส่ใจเด็กมากยิ่งขึ้นและเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีพร้อมกับบุตรหลานด้วย

เด็กวัยรุ่นและการใช้เทคโนโลยี มีประโยชน์อย่างไร

เทคนิคลดการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินไป

เทคนิคลดการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินไป

การใช้เทคโนโลยีผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนยุค 5G มีการวิจัยพบว่า คนอายุ 20-45 ปี ใช้เวลาอยู่หน้าจออุปกรณ์เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือโทรทัศน์ การดูหนังระบบ Streaming การเล่นหุ้น ฯลฯ มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งแสดงถึงบทบาทของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก

เทคนิคลดการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินไป เพื่อให้ชีวิตมีสมดุลมากขึ้น สามารถทำได้โดยวิธีต่อไปนี้

1. การใช้ Distraction-Free Phone

เป็นเทคนิคในลดการแจ้งเตือนต่างๆ จาก Application ในมือถือ โดยไปที่การตั้งค่า settings แล้วกด disable ที่ Application ที่ไม่จำเป็น เพื่อให้คุณมีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น จะทำให้ได้ประสิทธิภาพของงานที่เพิ่มสูงขึ้น การทำงานต่าง ๆ มีความผิดพลาดน้อยลง และคิดงานสร้างสรรค์ได้มากกว่าเดิม

2. การตั้งค่างดการแจ้งเตือน

เมื่อเราสืบค้นข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะมีระบบอัตโนมัติที่สอบถามว่า ต้องการให้มีการแจ้งเตือนหรือ Notification ทุกครั้งที่มีการอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเหล่านั้นหรือไม่ ควรจะทำการปิดการแจ้งเตือน เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาคอยลบ เมื่อเห็นสัญลักษณ์เป็นสีแดงที่เครื่อง ซึ่งหลายคนจะรู้สึกกังวลใจ หากไม่ได้เปิดดู การตั้งค่ายกเลิกการแจ้งเตือนไว้ จะทำให้สิ่งรบกวนลดน้อยลงได้และยังทำให้ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และทรัพยากรของเครื่องด้วย

3. ใช้แอปพลิเคชันวิเคราะห์ตัวเอง

Application Quality Time เป็นตัวอย่างที่ดีในการวิเคราะห์ว่าคุณใช้โทรศัพท์มือถือนานเกินไปหรือไม่ เป็น Application สำหรับโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ใน Vivo Samsung Huawei หรือหากใช้ระบบ iOS ของโทรศัพท์ apple ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Moment ที่ช่วยตรวจสอบและเตือนได้ว่าคุณใช้โทรศัพท์มือถือวันละกี่ชั่วโมงแล้ว ผ่านแอปพลิเคชันใดบ้าง เพื่อให้คุณสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้น

4. กำหนดชั่วโมงในการใช้โทรศัพท์มือถือแต่ละวัน

เราควรให้เวลาเป็นส่วนตัวกับสมองที่ว่างและปลอดโปร่งบ้าง เช่น การอาบน้ำ รับประทานอาหาร การอยู่กับครอบครัว ฯลฯ ที่ควรจะปิดการแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือไปชั่วคราว รวมถึงไม่ควรตอบ line และ email ที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีความเร่งด่วน เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาให้ตัวเองหรือทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้อย่างมีความสุขมากขึ้นเทคนิคในลดการแจ้งเตือนต่างๆ

การใช้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบายและทำให้สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้มากเกินไปก็จะเกิดปัญหาในการรบกวนสมาธิ สร้างความวิตกกังวล ทำให้ขาดความใส่ใจกับการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างไป เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านใส่ใจควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อความสุขในชีวิตประจำวันและการบริหารเวลาได้อย่างดีต่อไป

สุดยอดแก็ดเจ็ตเทคโนโลยีในบ้านอีกไม่นานเกินรอ

สุดยอดแก็ดเจ็ตเทคโนโลยีในบ้านอีกไม่นานเกินรอ

ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล มีแก็ดเจ็ตใหม่เปิดตัวออกมาเป็นเครื่องใช้ภายในบ้านจำนวนมาก หลายสิ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นทีวีโปรเจ็กเตอร์ เครื่องฟอกอากาศ หรือแผ่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย เหมือนเราอยู่ในโลกแห่งอนาคต แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะออกมาทำตลาดในอนาคตอันใกล้แล้ว หากคุณเป็นคนชื่นชอบนวัตกรรมเป็นทุนเดิมคงยินดีต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ด้วยความหวังและใจที่เปิดกว้างอย่างแน่นอน มีหลายผลิตภัณฑ์น่าสนใจดังต่อไปนี้

1.แผ่นชาร์จไร้สาย AirUnleashed เป็นนวัตกรรมใหม่มาแทน AirPower ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จแบบไร้สายของ Apple ที่มีปัญหาทำให้ต้องเลิกผลิตไป สำหรับอุปกรณ์ AirUnleashed เป็นแผ่นรองชาร์จไร้สายที่มีความหนาเพียง 12 มม. สามารถชาร์จได้พร้อมกันทั้ง iPhone, AirPods และ Apple Watch ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยมีสีขาวล้วน แผ่นด้านบนมีความอ่อนนุ่มปกป้องอุปกรณ์ที่ชาร์จไม่ให้เกิดริ้วรอยในขณะที่ชาร์จ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถอดแบบการใช้งานมาจาก AirPower สามารถชาร์จได้เลยไม่มีปัญหา

2.โปรเจคเตอร์ของ LG รุ่น HU85LA CineBeam ออกแบบมาเพื่อใช้งานสะดวกที่สุด หน้าจอติดตั้งห่างจากกำแพงเพียง 2.2 นิ้วเท่านั้น และให้ภาพคมชัดระดับ 4K UHD ที่ชัดเจนอย่างน่าทึ่ง มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดคือ 120 นิ้ว รองรับบ้านหรือแม้แต่สถานบันเทิงที่ต้องการหน้าจอใหญ่ ความบางเฉียบติดผนังคือนวัตกรรมสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

3.หุ่นยนต์กำจัดแบคทีเรียและไรฝุ่นชื่อว่า ROCKUBOT เป็นแก็ดเจ็ตขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้งานสะดวก ช่วยกำจัดแบคทีเรียและไรจำนวนมากที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งแต่สายตามนุษย์มองไม่เห็น ด้วยเทคโนโลยีแสง UV-C และเซนเซอร์ AI ที่มีประสิทธิภาพถึง 24 ตัว ทำความสะอาดอัตโนมัติได้ดีกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ ทั้งหมดรวมกัน สามารถทำความสะอาดทุกพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่เคาน์เตอร์ไปจนถึงโต๊ะทำงานและเตียงนอน สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฮมอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังมีลำโพงบลูทูธและใช้เป็นเครื่องชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายได้อีกด้วย

4.เครื่องทำความสะอาดเสื้อผ้า AirDresser ของค่ายซัมซุงเป็นนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบล้ำสมัย เป็นเหมือนกับเครื่องซักแห้งที่มีลักษณะคล้ายกับตู้เสื้อผ้าในห้องนอน มีกระจกเต็มตัวอยู่ด้านนอก เพียงแขวนเสื้อผ้าข้างในตู้แล้วปล่อยให้เครื่องมือทำงาน สามารถกำจัดฝุ่นละอองถึง 99% โดยใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น เรียกว่าตื่นตอนเช้าแล้วแขวนเสื้อไว้ข้างในแล้วรอเครื่องมือนี้ทำความสะอาด เสร็จทันเวลาก่อนที่จะเดินทางไปทำงาน

5.เครื่องฟอกอากาศในบ้านรุ่น Urbie Air 3-in-1 เป็นนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ต้นไม้เพื่อทำให้อากาศดีขึ้น โดยต้นไม้ทำหน้าที่เป็นตัวกรองอากาศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ตัวนี้จะช่วยลดความชื้นทำให้อากาศรอบตัวสบายขึ้น ส่วนคุณสมบัติน่าประทับใจที่สุดคืออุปกรณ์ดูแลรดน้ำต้นไม้ด้วยตัวเอง มาพร้อมกับแอปพลิเคชันเพื่อสังเกตอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ระดับน้ำในถังเก็บ เพื่อให้ต้นไม้มีสุขภาพดีและเติบโตอย่างสมบูรณ์

นวัตกรรมอีกมากมายที่เป็นประโยชน์และใช้งานได้จริง ช่วยให้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย ตอนนี้จะเห็นว่าหลายอุปกรณ์ยังดูไกลตัว แต่นวัตกรรมเหล่านี้จะค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต

เครื่องฟอกอากาศในบ้านรุ่น Urbie Air 3-in-1

รู้จักเทคโนโลยีจ่ายเงินด้วยรอยยิ้ม-สแกนใบหน้า

รู้จักเทคโนโลยีจ่ายเงินด้วยรอยยิ้ม-สแกนใบหน้า

พูดถึงการใช้จ่ายเงินแบบไบโอเมตริกซ์ที่กำลังได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในตลาดจีน เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่หลายคนอาจไม่รู้จักมาก่อน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย ๆ โดยยืนตรงหน้าเครื่องอ่านที่จุดขายซึ่งติดตั้งกล้อง ระบบจะเชื่อมโยงภาพใบหน้ากับระบบการชำระเงินดิจิทัลหรือบัญชีธนาคาร จ่ายเงินซื้อได้โดยไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ ไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์มือถือติดตัว ระบบนี้เรียกกันว่า Smile-to-pay เดินตัวเปล่าไปช้อปปิ้งได้เลย

มาทำความรู้จัก ซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า

ซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน บ่อยครั้งที่ใช้ในการตรวจสอบประชากร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เพื่อติดตามผู้คัดค้านทางการเมืองและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เมื่อไม่นานมานี้ “Alipay” บริษัทลูกด้านการเงินของ “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของประเทศจีน กลายเป็นผู้นำบริการเรียกเก็บเงินแบบใหม่คือ “Smile to Pay” ใช้วิธีการสแกนรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยกล้อง มีเครื่องขนาดเท่ากับ iPad ตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้จ่ายเงินด้วย ปัจจุบันเทคโนโลยีของ Alipay มีบริการอยู่ใน 100 เมืองทั่วประเทศจีนแล้ว

เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในจีนชื่อว่า “Tencent” ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น WeChat และเป็นคู่แข่งกับ Alipay ได้เปิดตัวระบบชำระเงินการจดจำใบหน้า “Dragonfly” เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีการใช้งานในกว่า 300 เมืองทั่วประเทศจีน ตามด้วยการเปิดตัวเครื่องชำระเงินด้วยการสแกนหน้าแบบใหม่เรียกว่า “Frog Pro” มีฟังก์ชั่นการชำระเงินด้วยการจดจำใบหน้าและสแกนเนอร์ QR โค้ด โดยใช้กล้องตรวจจับความลึก 3 มิติและหน้าจอสองด้าน ช่วยให้ผู้ซื้อสแกนใบหน้าเวลาชำระเงินเร็วขึ้น

ขณะเดียวกันซูเปอร์มาร์เก็ตบริการตนเองชื่อว่า “IFuree” ในเมืองเทียนจิน หันมาใช้เทคโนโลยีกล้องสแกนหน้าแบบ 3 มิติเพื่อจับภาพใบหน้าของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน โดยวัดความกว้าง ความสูงและความลึกของใบหน้าจากนั้นสแกนอีกครั้งอย่างรวดเร็วเมื่อลูกค้าเช็คเอาต์ออกจากร้าน ธุรกิจร้านขายของชำยอมรับว่าการชำระเงินแบบนี้สะดวกสบายเพราะจ่ายเงินซื้อของได้เร็วมาก แตกต่างจากการชำระเงินในซูเปอร์มาร์เก็ตแบบเดิมที่ต้องต่อคิวชำระเงินทำให้เสียเวลารอคอย อีกทั้งยังทำให้กระบวนการชำระเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาทำความรู้จัก ซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า

ลูกค้าชาวจีนจำนวนไม่น้อยเริ่มยอมรับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น การชำระเงินด้วยการสแกนใบหน้ากำลังแพร่หลายในธุรกิจค้าปลีก เริ่มมีบริการที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมาก รวมทั้งการเช็คอินที่โรงแรมด้วย ผู้ใช้บริการส่วนหนึ่งยังคงกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ความจริงแล้วเทคโนโลยีจดจำใบหน้าช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา เพราะการป้อนรหัสผ่านโดยที่มีคนอื่นยืนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ปลอดภัยแน่นอน ทำให้คนอื่นรู้รหัสเข้าบัญชีของเราได้ เหตุผลที่บางคนยังไม่ใช้เทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่แท้จริงแล้วไปกังวลกับเรื่องไร้สาระมากกว่า เช่น ระบบสแกนใบหน้าถ่ายรูปแล้วดูไม่ดีไม่สวย ทำให้ Alipay ต้องเพิ่มฟิลเตอร์แต่งหน้าขั้นเทพให้สวยขึ้น ทำให้ปรับแต่งภาพให้โดนใจผู้ใช้งานมากขึ้น

อัพเดทเทคโนโลยี AI กับชีวิตประจำวัน 2019

อัพเดทเทคโนโลยี AI กับชีวิตประจำวัน 2019

การพัฒนาเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มีมาอย่างต่อเนื่องและก้าวหน้ามากในช่วงระยะ 1-2 ปีนี้ ซึ่งมีการนำมาผลิตสิ่งของเครื่องใช้ในวงการต่าง ๆ อีกทั้งยังอยู่ในส่วนของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพื่อทดแทนคนด้วย

เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนควรรู้ในปี 2019 มาฝากกัน ดังนี้

1. การพัฒนาให้ AI คิดวิเคราะห์โดยเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้

การให้เทคโนโลยี AI มีความสามารถเป็น Autonomous Things เปรียบเทียบได้กับเป็นสมองและมือแทนคน ในการทำหน้าที่ต่าง ๆ เช่น เป็นหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร หรือเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรม ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินไร้คนขับ หรือเป็นรถยนต์แบบไร้คนขับ ที่สามารถตัดสินใจและควบคุมความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำงานโดยอาศัยข้อมูลจากระบบโปรแกรมที่ติดตั้งไว้ และสามารถตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย

2. ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่อการวางแผนองค์กร

Augmented analytics เป็นความสามารถของ AI ที่สามารถทำหน้าที่แทนนักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์ เพื่อเพิ่มความละเอียดในการทำงาน ลดความผิดพลาดในการวิเคราะห์ ที่สำคัญคือ สามารถเห็นผลลัพธ์ในการคำนวณหรือคาดการณ์อนาคตได้เร็วกว่าการจ้างงานแรงงานคนหลายเท่า ผลจากการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI จะนำมาใช้เพื่อการวางแผนต่าง ๆ ในทางการเงินการธนาคาร ธุรกิจประกันภัย การวิเคราะห์หุ้นและตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้วย

3. การทำเทคโนโลยีเสมือนจริงในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น

ในปัจจุบัน เราอาจจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ที่มีภาพสามมิติ โดยมองผ่านกล้อง Adventure Reality ซึ่งนำไปใช้ใน วงการเกม วงการบันเทิงหรือภาพยนตร์ และการขายสินค้า จะพัฒนาให้เข้าสู่การมีประสบการณ์ไร้ขีดจำกัดหรือ Immersive Experience มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงที่เล็กลง อุปกรณ์และค่าบริการมีราคาถูกลง

4. การนำ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกโซเชียล

บริษัทที่มีอิทธิพลมากในปัจจุบันบนโลกโซเชียล เช่น Facebook หรือ Google มีการนำ เทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อทำให้สามารถนำเสนอโฆษณาหรือข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น และใช้ในการส่งเสริมการจัดทำแคมเปญโฆษณาต่าง ๆ อย่างที่เรียกว่า Google Ads และ Facebook Ads ให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าและบริการต่างๆ มีความคุ้มค่าในการลงทุนโฆษณาที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกลุ่มมากขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง hero88go เว็บที่ร่วมทำแคมเปญโฆษณาแข่งขันด้านโซเชียล ซึ่งได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมาก

5. การทำ Blockchain

เป็นระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบดิจิทัล ที่เทคโนโลยี AI มีบทบาทอย่างมาก สำหรับการเสริมสร้างความสะดวก ให้ความเสถียรในระบบ และทำให้ตรวจสอบความโปร่งใสได้ตลอดเวลา ซึ่งคาดว่าต่อไปจะได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

เห็นได้ว่า เทคโนโลยี AI มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แทรกอยู่ในสิ่งของเครื่องใช้ กระบวนการทำงานด้านข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ รอบตัวเราตลอด 24 ชั่วโมง นับเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI นี้ เพื่อให้รู้ทันและนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

เครื่องมือเทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตคนยุค 2019 อย่างไร

ปัจจุบันเราทุกคนใช้เครื่องมือเทคโนโลยี เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต และ Wi-Fi เพื่อความสะดวกสบายอย่างรอบด้านในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนามากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในไม่ช้า

ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G มาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้ติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น

1. ระบบ GPS Tracker

การติดเครื่องส่งสัญญาณ GPS ที่รถ จะช่วยในการป้องกันปัญหาโจรกรรมรถยนต์ได้ เพราะตั้งแต่มีการสตาร์ทเครื่องยนต์ จนกระทั่งจอดรถ จะมีการส่งตำแหน่งที่อยู่และความเร็วรถ ซึ่งเป็นข้อมูลดิจิทัลเข้าสู่โทรศัพท์มือถือของเจ้าของรถแบบเรียลไทม์

GPS Tracker จึงได้รับความนิยมใช้งานมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งยังรวมถึงธุรกิจการขนส่งโลจิสติกส์ บริการเช่ารถขับขี่สาธารณะ ที่ทำให้นายจ้างสอดส่องดูแลพฤติกรรมของคนขับขี่ได้เต็มที่ และยังป้องกันปัญหาการวิ่งรถออกนอกเส้นทาง การขโมยถ่ายเทน้ำมันรถ ซึ่งเป็นปัญหาการทุจริตที่พบได้บ่อยในระยะ 2-3 ปีนี้ด้วย

2. นาฬิกา Smart Watch

ในอดีตผู้คนจะสนใจนาฬิกาข้อมือที่มีราคาแพง ผลิตจากวัสดุเกรดดีจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้นาฬิกาที่ราคาไม่แพง แต่ผลิตจากวัสดุที่คงทนสูง มีศักยภาพในการตรวจวัดชีพจร วัดอัตราเร็วในการวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และยังสามารถกันน้ำได้ในระดับความลึก เหมาะสำหรับกีฬาดำน้ำได้อีกด้วย

Smart Watch จึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไอที ที่เป็นเทคโนโลยีใกล้ตัวเราทุกคน ที่ช่วยในการสนับสนุนการออกกำลังกายได้ดีขึ้น และยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ผู้ใช้งาน Smart Watch ดูเป็นคนทันสมัยและมีสไตล์เป็นตัวเองด้วย

3. โดรน

โดรนเป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ได้ทั้งการถ่ายภาพ คลิปวีดีโอ และยังเป็นของเล่นเพื่อการกีฬาของคนรุ่นใหม่ ในต่างประเทศมีการใช้โดรนเพื่อนำส่งสินค้า เป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าจ้างแรงงานคนได้

ปัจจุบันเราจะเห็นผู้ผลิตคลิปใน Youtube ใช้โดรนเพื่อเก็บภาพสวย ๆ จากมุมสูงที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้มาอัพเดต เพื่อให้มีผู้ติดตามจำนวนมาก สร้างรายได้ให้อย่างไม่มีขีดจำกัด

4. เทคโนโลยี IoTs หรือ Internet of Things

เป็นการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงมือถือกับของใช้ไอทีในบ้าน เพื่อการสั่งงานจากระยะไกล เช่น เปิด-ปิดระบบรักษาความปลอดภัย เปิด-ปิดสวิตช์แอร์ ฯลฯ จึงช่วยเสริมความสะดวกสบายให้แก่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า เครื่องมือเทคโนโลยีรุ่นใหม่มีบทบาทต่อกิจกรรมต่าง ๆ ในไลฟ์สไตล์ของคนเรามากขึ้น ไม่ว่าด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน การใช้หารายได้ ความสะดวกในการควบคุมเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

หวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านเพิ่มความสนใจเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น มีวิถีชีวิตที่ก้าวทันยุคสมัย

โดรนเป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ได้ทั้งการถ่ายภาพ

เทคโนโลยีจดจำใบหน้าคืออะไร ใกล้ตัวเราแค่ไหน

เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่เคยเห็นในภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Minority Report เมื่อเกือบสองทศวรรษมาแล้ว ดูสนุกแล้วก็น่าทึ่งที่เทคโนโลยีไฮเทคและ AI ตรวจจับใบหน้าระบุตัวคนได้รวดเร็วแม่นยำ ใครจะคิดว่าวิทยาการล้ำสมัยทำได้จริง ๆ ในช่วงอายุของเรานี่เอง เทคโนโลยีจดจำใบหน้าไม่ได้ใช้เพียงแค่ปลดล็อกอุปกรณ์อย่างเช่นหน้าจอสมาร์ทโฟนและไอแพดเท่านั้น ในสนามบินบางแห่งใช้ระบบสแกนใบหน้าก่อนขึ้นเครื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยแบบเข้มงวด ระบบตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐนำมาใช้สแกนใบหน้าเพื่อตรวจสอบควบคู่กับรูปในหนังสือเดินทางทำให้เช็คประวัติได้ทันทีว่าอยู่มานานเกินวีซ่าหรือเปล่า

เมื่อเร็ว ๆ นี้โรงเรียนและค่ายฤดูร้อนทั่วสหรัฐเริ่มทดสอบการใช้ระบบสแกนใบหน้า แม้แต่สวนสนุกอย่าง ดิสนีย์เวิลด์ ก็ยังนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัยไปพร้อมกับลดต้นทุนและย่นเวลารอคิวเครื่องเล่น แต่หลายฝ่ายยังมีข้อกังวลว่าถ้านำเทคโนโลยีมาใช้โดยขาดการควบคุมอาจเกิดปัญหารุกล้ำความเป็นส่วนตัว หรือข้อมูลของบุคคลที่บันทึกในระบบถูกแฮกจะเกิดอะไรขึ้น องค์กรตำรวจหลายแห่งต้องระงับการใช้เทคโนโลยีไว้ก่อนจนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบอย่างชัดเจน แต่หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐไม่คิดว่าเรื่องนี้ต้องรอ ทำการสแกนใบหน้าเก็บข้อมูลประชากรนับร้อยล้านคนไว้ในฐานข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันภัยก่อการร้าย

แม้ว่าการก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามที่มีความรุนแรงมากขึ้นและใกล้ตัวเข้ามาทุกที แต่การรักษาความปลอดภัยควรแยกประเด็นในเรื่องสิ่งที่กังวลกับความเป็นจริง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณบังเอิญดูคล้ายกับใครบางคนและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างเช่นการจดจำใบหน้า เกิดผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว และแน่นอนว่ากระทบต่อเสรีภาพของพลเมือง

เทคโนโลยีจดจำใบหน้าถูกใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังในสหรัฐนับตั้งแต่เกิดเหตุก่อการร้าย 11 กันยายน หลังการวางระเบิดในการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่บอสตันด้วย ประเทศจีนติดตั้งกล้องวงจรปิดและเครื่องมือสแกนใบหน้าไปทั่วทุกหนแห่ง ทั้งร้านสะดวกซื้อ โรงแรม ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน เพื่อจับตาสอดส่องพฤติกรรมของกลุ่มมุสลิมอุยกูร์ในมณฑลซินเจียง มีรายงานว่าอิสราเอลใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อติดตามชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ขณะเดียวกันสหราชอาณาจักรและรัสเซียต่างก็ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อค้นหาผู้คนที่ต้องสงสัยเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในประเทศ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาระบบจดจำใบหน้าถูกใช้ไปทั่ว รวมถึงนำภาพถ่ายใบหน้าของผู้คนหลายพันล้านหน้าบนอินเทอร์เน็ตมารวมกันเป็นชุดข้อมูลภาพขนาดใหญ่เพื่อให้โลกของเราปลอดภัย คำถามที่เกิดขึ้นคือคุ้มค่าหรือไม่กับความเป็นส่วนตัวที่เสียไป สำหรับคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แล้วการจดจำใบหน้าคืออะไร และน่ากลัวแค่ไหน ถ้าพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็นการติดแท็กภาพถ่ายในเฟซบุ๊ก อาจจะเป็นอัลบั้มภาพถ่ายจากงานแต่งงาน งานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนนักเรียน และงานปาร์ตี้ของที่ทำงาน มีแอปพลิเคชั่นจดจำใบหน้ามากมายและเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์มือถือ หรือทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินผ่านมือถือโดยมองเข้าไปในกล้องแทนรหัสพิมพ์เพื่อความปลอดภัย

ระบบจดจำใบหน้าป้องกันความเสี่ยงโจรเข้าบ้าน โดยสแกนใบหน้าเทียบกับภาพถ่ายใบหน้าบุคคลที่อัปโหลดไว้ทำให้รู้ว่าใครมายืนหน้าประตู กล้องวงจรปิดตรวจจับใบหน้าลูกจ้างทำให้รู้ว่ามีคนขี้เกียจลุกหายไปจากออฟฟิศ แม้แต่ป้ายโฆษณายังจดจำใบหน้าประเมินเพศ อายุ และอารมณ์บนใบหน้าของผู้คนที่สนใจหยุดดู เทคโนโลยีนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและเริ่มคุกคามความเป็นส่วนตัวโดยที่เราไม่รู้ตัว

เทคโนโลยีจำใบหน้าคืออะไร ใกล้ตัวเราแค่ไหน

5 เทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องรู้ก่อนตกเทรนด์

เทคโนโลยี ได้กลายเป็นสิ่งที่ก้าวหน้าและมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตกข่าวก็ควรรู้จักติดตามและทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสียบ้าง เพราะหากไม่รู้จักติดตามเอาไว้บ้าง ย่อมมีโอกาสที่คุณจะเกิดอาการตกเทรนด์และตามคนอื่น ๆ เขาไม่ทันได้จึงขอแนะนำเทคโนโลยีใหม่ที่ควรรู้จักเอาไว้ก่อนตกข่าวสัก 5 รายการตามรายละเอียดต่อไปนี้

การสื่อสารยุค 5G เทคโนโลยีการสื่อสารได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตผู้คนในปัจจุบัน จึงได้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ให้มีขีดความสามารถในการสื่อสารสูงมากขึ้น เกิดเป็นเทคโนโลยีของเครือข่ายสำหรับการสื่อสารและผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่สามารถส่งและรับข้อมูลไร้สายได้เร็วมากขึ้น ทั้งยังมีเสถียรภาพมากกว่าเดิม โดยคาดว่าเทคโนโลยี 5G จะมีความเร็วสูงกว่า 4G ถึงร้อยละ 15-50

หุ่นโดรน และเครื่องจักรกลสำหรับสงคราม โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับกำลังเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดการณ์เอาไว้ว่าโดรนจะมีผู้ผลิตมากขึ้น และมีโอกาสที่ราคาจะถูกลง ความสามารถของโดรนจะเพิ่มมากขึ้นทั้งเพื่อการใช้งานทั่วไปและการใช้งานภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงการใช้งานในสงคราม อันเป็นผลต่อเนื่องมากจากการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการศึกสงคราม รวมไปถึงก่อเกิดเป็นธุรกิจด้านการขนส่งรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย

ความหลากหลายของภาพพิมพ์ 3 มิติ ในอดีตภาพพิมพ์ 3 มิติถูกมองว่าเป็นสิ่งจำลองที่ไม่สามารถนำมาใช้งานใด ๆ ได้ แต่ด้วยการพัฒนาทาง เทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ภาพจำลองนี้สามารถนำมาใช้ผลิตเป็นข้าวของเครื่องใช้ ส่วนประกอบของเครื่องจักร เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง มีอัตราการเจริญเติบโตและพัฒนาต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

Bio metric คือการนำอัตลักษณ์ทางชีวิภาพของบุคคลหรือสิ่งของต่าง ๆ มาจัดเก็บให้กลายเป็นข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะถูกจัดเก็บมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนำมาใช้ยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล นำไปสู่การเปิดใช้งานอุปกรณ์ หรือข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลเสียงด้วยเพราะผู้คนเริ่มชื่นชอบการใช้เสียงสั่งการกันมากขึ้น

Smart Farm เมื่อคนยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจนมุ่งหนากลับสู่งานภาคเกษตรกรรมกันมากขึ้น ประกอบเขากับความต้องการอาหารของผู้คนในโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างการควบคุมสภาวะในการเพาะปลูกทั้งความชื้น แสง อุณหภูมิและความกดอากาศ เป็นต้น

เพราะเทคโนโลยีคือสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนมีความง่าย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทุก ๆ คนจึงควรทำความรู้จักกับเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านั้นให้ดี เพื่อให้ตามทันไม่มีตกเทรนด์

การสื่อสารยุค 5G เทคโนโลยีการสื่อสาร

เทคโนโลยีตรวจจับอารมณ์คนขับเพิ่มความปลอดภัยบนถนน

หากเรารู้สึกง่วงนอนหรือไม่มีสมาธิระหว่างขับรถ อาจไม่สามารถโฟกัสความสนใจไปบนท้องถนนอย่างเต็มที่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ระบบตรวจจับอารมณ์ในรถยนต์ของผู้ขับขี่จึงเป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่กำลังเข้ามาเป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยทางการจราจร บริษัทจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษกำลังพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ใหม่ (AI) ที่ไม่เพียงเข้าใจอารมณ์ของคนขับเท่านั้น แต่ยังปรับสภาพแวดล้อมของรถเพื่อผ่อนคลายความเครียดขณะเดินทางได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่บางรายพัฒนาเทคโนโลยีระบบตรวจจับอารมณ์ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อาการสัปหงกและหลับใน หรืออาการหาวถี่ ๆ แสดงว่าคนขับเริ่มรู้สึกง่วงจะมีสัญญาณเตือนทั้งแสงและเสียงเพื่อให้คนขับรู้สึกตัวและหยุดพัก ระบบนี้มีอยู่แล้วในรถยนต์ทุกคันของจากัวร์และแลนด์โรเวอร์

สำหรับเทคโนโลยีล่าสุดของจากัวร์จะใช้กล้องจับภาพด้านหน้าของคนขับ และตรวจจับสายตาและประเมินอารมณ์ของคนขยับ พร้อมกับควบคุมห้องโดยสารให้เหมาะสม เช่น ปรับระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ปรับแสงโดยรอบ ทุกวันนี้เรากำลังก้าวไปสู่ยุคของรถยนต์ระบบอัตโนมัติไร้คนขับ แต่ยังคงอีกไกลที่จะไปถึงคนหมู่มาก เทคโนโลยีที่ยังคงความสำคัญที่สุดในยุคนี้ถึงการวิจัยที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการมีสติและตื่นตัวอยู่หลังพวงมาลัยในทุกสถานการณ์การขับขี่ ระบบใหม่ของจากัวร์จะใช้เทคโนโลยีชีวภาพจับรูปแบบการแสดงอารมณ์ของผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่องและจัดการการตั้งค่าต่าง ๆ ในรถยนต์ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หมายความว่าการปรับตั้งค่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้ขับขี่แต่ละคน เช่น ถ้าตรวจพบความเครียด ระบบจะเปลี่ยนแสงภายในรถยนต์ให้สีเย็นตา ถ้าคนขับหาวเป็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าจะเปิดเพลงเพื่อลดความเครียด ลดอุณหภูมิห้องโดยสาร หรืออื่น ๆ

พูดถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารแล้ว ทางจากัวร์กำลังทดลองเทคโนโลยีที่คล้ายกันสำหรับผู้โดยสารเบาะด้านหลังด้วย โดยติดกล้องบนพนักพิงศีรษะ หากตรวจพบสัญญาณของความเมื่อยล้า ระบบควบคุมจะหรี่แสงและปรับอุณหภูมิที่เบาะเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารหลับสบาย

เทคโนโลยีตรวจจับอารมณ์คนขับเพิ่มความปลอดภัยบนถนน

นอกจากนั้นจากัวร์ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ในสกอตแลนด์พัฒนาพวงมาลัยแบบใหม่ที่ติดตั้งระบบให้ความร้อนและเย็น ซึ่งจะบอกคนขับว่าจะเลี้ยวตรงไหนและเปลี่ยนเลนเมื่อไร รวมถึงแจ้งเตือนว่าใกล้ถึงทางแยกด้วย ทำให้สายตาของผู้ขับขี่อยู่บนท้องถนนตลอดเวลา ทั้งยังมีประโยชน์มากขณะเดินทางในช่วงฝนตกหรือมีหมอกทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบสั่นหรือเสียงรบกวน เนื่องจากผู้ขับขี่เสียสมาธิเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก การใช้ตัวชี้นำความร้อนบนพวงมาลัยเป็นระบบเตือนก่อนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เพื่อให้มั่นใจว่าคนขับจะมีสมาธิระหว่างขับรถ จากัวร์ได้ทดลองใช้เทคโนโลยีนี้กับการเปลี่ยนเกียร์ด้วย ช่วยให้ประสิทธิภาพการขับรถดีขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น ก่อนที่รถยนต์ขับด้วยตัวเองอัตโนมัติจะออกมาวิ่งเต็มท้องถนนในอนาคตอีกยาวไกล